สิ่งที่ได้เรียนรู้จากวินซ์
ที่สำคัญที่สุดมีอยู่สองประการคือ
1.ปฏิวัติระบบการทานอาหารใหม่หมด!
(อันนี้ไม่มีในเทป ผมจึงแปลมาให้อ่านตรงนี้เลยครับ)
เมื่อสามสิบกว่าปีมานี้ นักเพาะกาย ได้เข้าสู่ยุค Modern
Bodybuilding อันแปลว่าจากยุคนักเพาะกายตัวใหญ่
(แขนใหญ่ที่สุด 16 นิ้ว)
ก้าวกระโดดไปสู่ขั้นสักเพาะกายตัวใหญ่ผิดมนุษย์ (แขน 22 นิ้ว
ในความสูงเดียวกันกับคนยุคแรกที่แขน 16 นิ้ว) ในช่วงวิวัฒนาการแค่ 2
ถึง 3 ปี
การก้าวกระโดดของความใหญ่โตนี้ ส่วนหนึ่งก็มาจาก "การค้นพบ"
ประกอบกับ "ความโหด" ของวินซ์นั่นเอง
โดยเขาบังคับลูกศิษย์ของเขาทุกคนว่า จะต้องไดเอทการทานอาหาร
ตามรูปแบบที่เขาค้นพบเท่านั้น โดยรายการอาหาร "ไดเอท" ของเขามีดังนี้
(ส่วนมาก คนมักเข้าใจคำว่า "ไดเอท" คือการทานคาร์โบไฮเดรตน้อยๆ
,โปรตีนน้อยๆ ,และตัดไขมันออกไป แต่ความหมายคำว่า "ไดเอท" ของวินซ์นั้น
ต่างออกไป)
1.ต้องทานไข่ทั้งใบ (ทั้งไข่ขาวและไข่แดง) ประกอบเป็นอาหาร
36 ใบต่อวัน ให้ได้ทุกวัน
2.ต้องทานเนื้อแดง 2 ปอนด์ทุกวัน (เกือบ 1
กิโลกรัม ขาดไปนิดหน่อยครับ)
3.ต้องทานผักในปริมาณมากๆ
4.ต้องดื่มโปรตีนผงที่ปั่นกับครีมที่มีไขมันเท่านั้น
(ห้ามใช้ครีมแบบ non fat เด็ดขาด) (Webmaster
- อันนี้ ในตำราไม่ได้บอกปริมาณการทานมา ก็เลยแปลให้เท่านี้
จะได้ไม่ต้องเสริมในส่วนที่เขาไม่ได้เขียนน่ะครับ)
เหตุผลของวินซ์ เกี่ยวกับการทานปริมาณมากๆอย่างนี้
ก็คือว่าคอเลสเตอรอล จะผูกพันกับระดับฮอร์โมนเพศชายในร่างกาย
โดยการที่เราไปลดคอเลสเตอรอลในร่างกายลง
ฮอร์โมนเพศชายในร่างกายก็จะลดลงไปด้วย (ฮอร์โมนเพศชาย
สำคัญมากๆในการเสริมสร้างกล้ามเนื้อ)
และถ้าทานมากไปก็เป็นการเสี่ยงเหมือนกัน ดังนั้น ตารางอาหารที่แนะนำนี้
คือจุดที่ปลอดภัยและให้ผลดีที่สุดต่อร่างกายแล้ว
2.ปฏิวัติ "ท่าที่ใช้ฝึก" ใหม่ทั้งหมด!
|
 |
|
 |
|
ท่า Barbell Curl
ที่ต้องย่อเข่าและทิ่มศอกไปข้างหลัง |
|
 |
|
ท่าเล่นหัวไหล่ที่ไม่เคยเห็นมาก่อนในชีวิต |
การปฏิวัติท่าฝึกเหล่านี้
ทำให้ท่าฝึกของวินซ์ ไม่เหมือนใครเลยในโลก
(และก็มีอยู่ในวีดีโอม้วนนี้ทั้งหมดด้วยครับ) แต่คุณต้องไม่ลืมว่า
ถึงจะเป็นท่าฝึกที่แปลก
แต่ว่าลูกศิษย์ของเขาล้วนแต่ประสบความสำเร็จทั้งสิ้น
จึงเป็นเรื่องที่สามารถพิสูจน์ได้ นั่นก็เพราะวินซ์มีลูกศิษย์ลูกหามาก
เขาได้ทดลอง ลองผิดลองถูกกับลูกศิษย์มาเป็นเวลานาน
อันไหนที่ใช้ไม่ได้ผลก็ยกเลิกไป ดังนั้น ในวิดีโอม้วนนี้
จึงเหลือแต่ท่าฝึก
ที่สามารถใช้ได้ดีเป็นเวลาสามสิบกว่าปีมาจนถึงปัจจุบันทั้งสิ้น
ข้างบนที่พูดไป คือ "ท่าที่ใช้ฝึก" ที่ไม่เหมือนใคร
ในส่วนที่เหลือ (ที่เกี่ยวกับการฝึก) ที่ไม่เหมือนใคร
และวินซ์กำหนดไว้มีเป็นข้อๆดังนี้คือ
1.เน้นเรื่องความเร็วในคาบฝึก - คำว่าคาบฝึก
ก็หมายถึงช่วงเวลาที่ใช้ในโรงยิมในแต่ละวันนั่นเอง ความหมายก็คือ
จะต้องไม่ใช้เวลาในโรงยิมมากเกินไป รีบมา รีบไป อะไรทำนองนั้น
2.พักระหว่างเซทน้อยๆ - ควรจะอยู่ที่ 10 - 15 วินาทีพอ
ถ้าพึ่งเป็นนักเพาะกายน้องใหม่ ให้พักได้ถึง 30 - 40 วินาที
3.ให้ฝึกสูตร 8x8 หรือบางทีก็เรียกว่า
ระบบ Honest workout
สาระสำคัญของระบบฝึกนี้ก็คือ
ให้เลือกท่าบริหารมาแค่ท่าเดียวต่อกล้ามเนื้อหนึ่งชิ้น
แล้วบริหารท่านั้น 8 เซท เซทละ 8 ครั้ง โดยให้พักระหว่างเซทเพียง 10 -
15 วินาที
(Webmaster -
ขออนุญาตชี้ให้เห็นจุดเปรียบเทียบระบบฝึกของปรมาจารย์ทั้งสามท่าน
ดังนี้คือ
- ระบบฝึกของโจ ไวเดอร์ จะเน้นเรื่องรูปแบบการฝึกธรรมดา
ไม่พลิกแพลง
แต่จะเน้นที่อาหารเสริมที่สังเคราะห์ด้วยระบบวิทยาศาสตร์ขึ้นมาใหม่
(เพราะวีเดอร์ เปิดบริษัทขายอาหารเสริม แล้วใช้พลังเงิน
ดึงดูดนักเพาะกายที่รูปร่างดีๆ ให้เข้ามาโฆษณาอาหารเสริมนั้น)
นั่นหมายความว่า ถ้าฝึกด้วยท่าฝึกธรรมดา แล้วใช้อาหารเสริมสังเคราะห์
รูปร่างก็จะได้สมใจ
- ระบบฝึกของไมค์ เมนเซอร์ เน้นเรื่อง "ความทรมาน"
ในโรงยิมเท่านั้น โดยไม่เน้นเรื่องอาหาร และอาหารเสริมใดๆทั้งสิ้น
หลักการคือใช้กล้ามเนื้อชิ้นนั้นๆในโรงยิมให้ทรมานที่สุด
ใช้น้ำหนักที่หนักมากๆ จากนั้น หลังจากฝึกเสร็จแล้ว
ก็จะให้เวลาพักกล้ามเนื้อชิ้นนั้นมากๆเช่นกัน
(บางครั้งก็เกือบสองอาทิตย์) แล้วจึงกลับมาบริหารใหม่
นั่นหมายความว่า ให้ฝึกหนักมากๆ ในโรงยิม และให้เวลาพักนานๆ
ก็จะได้รูปร่างดังที่ตั้งใจ
- ระบบฝึกของวินซ์ จิรอนด้า เน้นเรื่อง
"อาหารธรรมชาติ" ที่ต้องสะอาด และเน้นที่โปรตีนในจำนวนมากๆเท่านั้น
และจุดเด่นอีกอันหนี่งของระบบฝึกวินซ์คือ "ท่าบริหารที่ใช้"
เป็นท่าที่วินซ์คิดค้นขึ้นเองทั้งสิ้น จะไม่ใช้ท่าเดิมๆเลย
โดยเขาจะเน้นที่การใช้ท่าทางให้ถูกต้องตามที่สอน
จึงไม่เน้นที่การใช้น้ำหนักมากๆแต่อย่างใด)
สำหรับโจ ไวเดอร์ นั้น เนื่องจากเขามีเงินมาก
จึงสามารถตีพิมพ์วิธีฝึก พร้อมทั้งอธิบายอย่างละเอียดในหนังสือได้เลย
ทำให้ไม่ต้องอธิบายให้ลูกศิษย์มากเท่าไร จึงรักษาภาพพจน์ตัวเองได้ดี
ต่างกับวินซ์ ที่ใช้การสอนลูกศิษย์แบบตัวต่อตัว
ประกอบกับเพราะว่าเขาปฏิวัติทั้งเรื่องการกิน
และเรื่องท่าฝึกใหม่ทั้งหมด ดังนั้น เมื่อเจอทั้งลูกศิษย์ร้อยพ่อพันแม่ ช่างสงสัย
,สอนไม่จำ รวมไปถึงปริมาณลูกศิษย์ที่เข้าเรียนจำนวนมากๆ
ทำให้เหนื่อยล้าต่อการสอน ผลที่ออกมาก็คือ ภาพพจน์ของวินซ์
จึงเป็นรูปแบบที่ "เป็นอาจารย์ที่ ดุมา..ก...ก..ก"
เพื่อสยบให้ลูกศิษย์เงียบ
แล้วทำตามที่บอกเท่านั้น
แล้วจะรู้ว่าผลของการฝึก มันได้ผลดีจริงๆ
ไม่ต้องมานั่งอธิบายกันทางวิชาการให้มาก
ข้างล่างนี้ เป็นคำบอกเล่าของ รอน
โคสลอฟ (Ron Kosloff)
ซึ่งเป็นผู้อำนวยการถ่ายทำการฝึกในวีดีโอม้วนนี้
และเป็นผู้ที่ติดตามเป็นลูกศิษย์ อาจารย์วินซ์มานาน
คำถามที่ 1 เคยได้ยินมาว่า อาจารย์วินซ์
เตะคนออกจากโรงยิมจริงๆ อยากรู้ว่าเป็นเรื่องจริงหรือไม่?
ตอบ - เป็นเรื่องจริงครับ ตัวผมเอง (รอน) ไม่เคยโดนเตะหรอก
แต่เคยเห็นคนที่ถูกอาจารย์วินซ์เตะกลิ้งออกไปนอกโรงยิมมาแล้วกับตา
แต่ผมก็เข้าใจท่านครับ เพราะเป็นผมก็คงต้องทำอย่างนั้นเหมือนกัน
ถ้าเจอลูกศิษย์โง่ๆและดื้อรั้นพูดไม่ฟัง
คำถามที่ 2 แล้วเรื่อง "ตะคอก"
ลูกศิษย์ในโรงยิมเหมือนหมูเหมือนหมาเลยน่ะ จริงหรือเปล่า?
ตอบ - ครับ อันนี้โดนมากับตัวด้วย ผมยังจำได้ดี
ตอนนั้นเป็นครั้งแรกที่ผมกำลังทำท่ายกบาร์เบลล์ขึ้นเหนือหัว (ท่า
press behind neck )
ปรากฏว่าโดนอาจารย์วินซ์ตะโกนด่าอย่างดังจากอีกด้านหนึ่งของโรงยิมว่า
"บอกให้กางข้อศอกออก ,แล้วก็เชิดหน้าขึ้นไว้ สอนไม่จำ
นี่แกโง่หรือว่าหูหนวกกันวะเนี่ย!"
แต่ถ้าอีกเซทหนึ่ง
บังเอิญว่าผมทำท่าได้ถูกต้องแล้วล่ะก็
แกก็จะชมขึ้นมาดังๆในระดับเสียงเดียวกันเลย
แต่คำชมจะอยู่ได้ไม่ถึงนาที
ก็จะมีคนอื่นถูกด่าขึ้นมาอีกถ้าทำท่าบริหารไม่ถูกต้อง ดังนั้น
ในโรงยิมจึงไม่มีความเงียบแต่อย่างใด
คำถามที่ 3 ตกลงว่าอาจารย์วินซ์ เป็นคนที่ไม่มีน้ำใจ
ขาดมนุษย์สัมพันธ์จริงๆใช่ไหม?
ตอบ - สำหรับคำถามนี้ ผมขอใช้ประสบการณ์เล่า
แล้วให้คุณเป็นคนตัดสินดีกว่า ผมขอย้อนเวลากลับไปหลายสิบปีก่อน
ตอนที่ผมอายุเพียง 22 ปี บ้านผมอยู่แคนาดา ผมขับรถมากับเพื่อน
ใช้เวลาถึงสองวันขึ้น เพื่อไปหาอาจารย์วินซ์ที่แคลิฟอร์เนีย
เมื่อไปถึงโรงยิมแล้ว ผมเดินเข้าไปในยิมก่อน
เจออาจารย์วินซ์ถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบว่า "พวกนายเข้ามาทำอะไร"
ผมตอบเพียงสั้นๆว่า "ขอเดินดูในโรงยิมก่อนนะครับ"
จากนั้นวินซ์ก็ให้พนักงานพาพวกเราเดินชมในโรงยิม
หลังจากเดินชมเสร็จแล้ว
วินซ์ก็ยังใช้น้ำเสียงราบเรียบกับเราเหมือนเดิม "แล้วตอนนี้
พวกนายจะทำอะไรต่อ"
ผมกับเพื่อนที่ยืนอยู่ใกล้ๆ ตอบไปว่า "อาจารย์วินซ์ครับ
ผมกับเพื่อนเดินทางมาจากแคนาดา ใช้เวลาสองวันครึ่ง
เพราะอยากมาเจอตัวจริงของอาจารย์
และผมก็ได้อ่านเรื่องของอาจารย์มาเยอะเลยครับ"
วินซ์ เงียบไปพักหนึ่ง แล้วบอกว่า "เข้ามาทางนี้ก่อนสิ"
แล้ววินซ์ก็ตะโกนเข้าไปในโรงยิมว่า "เฮ้!
พวกนาย ทักทายเพื่อนๆจากแคนาดา
ที่อุตส่าห์ขับรถมาหาฉันตั้งสองวันครึ่งเชียวนะ"
ซึ่งเราก็ได้รับคำทักทายอย่างเป็นกันเอง
แล้ววินซ์ก็พาเราไปนั่งคุยเรื่องต่างๆนาๆ เช่นเรื่องของโจ
วีเดอร์ ,อาร์โนลด์ ชวาลเซเนกเกอร์
หมดเวลาไปกับการนั่งฟังแกสองสามชั่วโมงทีเดียว
แล้ววินซ์ก็บอกตอนท้ายว่า "เอาล่ะ
ตกลงว่าที่พวกนายขับรถมาเนี่ย ก็เพื่อจะมาฝึกกับฉันใช่ไหม?"
ผมกับเพื่อน พยักหน้ากันหงึกๆ
วินซ์ ตอบว่า "ฉันคิดค่าฝึก คอร์สละ 400 เหรียญนะ"
เราสองคนนั่งคอตก
วินซ์ พูดต่อว่า "แต่ดูเหมือนนายจะไม่มีตังค์
งั้นพรุ่งนี้พกมา 10 เหรียญ แล้วเราเริ่มฝึกกันเลย"
เรารู้สึกทราบซึ้งกับความกรุณาของวินซ์เป็นอย่างมาก
นึกไม่ถึงว่าจะได้รับขนาดนี้
และนั่นทำให้เราจดจำเขาได้นานเท่านาน (แต่ก็ต้องไม่ลืมว่า วันรุ่งขึ้น
เราก็ฝึกท่าผิดๆแล้วก็โดนด่าตะคอกจนหูชา ฮ่า... ฮ่า... )
 |
|
ไม่ว่าลูกศิษย์จะเป็นดาราดังขนาดไหน
แต่ถ้าบริหารผิดจากที่สอนล่ะก็ โดน... |
ข้อแนะนำของ Webmaster
ที่จะนำวีดีโอชุดนี้ไปใช้ให้ได้ประโยชน์สูงสุด
1.จริงๆแล้ว แต่ก่อนนั้นวินซ์
จะเน้นสร้างนักกล้ามแนวใหญ่มากๆ (Hard core)
แต่เมื่อความนิยมแนวหุ่นแบบพอมีกล้าม (Non - Hardcore)
มีเพิ่มขึ้นมาก เขาก็ทดลองการบริหารต่อ
และยืนยันว่าท่าบริหารที่เขาค้นพบใหม่ๆนั้น
สามารถใช้ได้ทั้งกับทั้งสองแนว แต่ต่างกันที่โภชนาการเท่านั้น
- สรุปคือ คุณสามารถเลียนแบบท่าบริหารในเทปม้วนนี้ได้เลย
แต่ขอเน้นว่าให้ใช้น้ำหนักเบาๆในการบริหาร
2.รูปแบบการฝึกในเทปม้วนนี้
จะช่วยกระตุ้นให้เซลล์กล้ามเน้อคุณตื่นตกใจ
เพราะไม่เคยได้รับการบริหารแบบนี้มาก่อน (ทั้งท่าที่บริหาร
,ทั้งการพักระหว่างเซทแค่ 15 วินาที ฯลฯ)
จึงเหมาะกับคนที่เริ่มรู้สึกว่ากล้ามเนื้อขึ้นช้า
ไม่ทันใจเหมือนตอนเริ่มเล่นกล้ามใหม่ๆ
3.ถ้าคุณเป็นนักเพาะกายในแนวใหญ่มากๆ (Hard
core) แล้วมีความกลัวเรื่องคอเลสเตอรอลในไข่ไก่ล่ะก็
ขอให้เลิกกังวลได้แล้วครับ เพราะวินซ์ทดลองกับลูกศิษย์เขามาจะตั้ง 50
ปีกว่าแล้ว ถ้าเป็นอันตรายจริง
เขาก็คงจะยกเลิกคำสอนนั้นไปนานแล้ว
ถ้าคิดว่าน้ำหนักตัวไม่ขึ้นจริงๆ จะลองทานไข่วันละ 20
ใบอย่างที่ผมเคยทดลองก็ได้นะครับ
รับรองได้ว่าน้ำหนักตัวคุณจะขึ้นพร้อมมัดกล้ามแน่ๆ และไม่อ้วนครับ
รับรอง
4.จริงๆแล้ว เทปสองม้วนนี้เขาขายแยกกันเป็นชุด 1
และชุด 2 โดยชุด 1 มีความยาว 37 นาที ส่วนชุดสองมีความยาว 60 นาที
แต่พอดีมีชุดพิเศษออกมา โดยรวมชุด 1 และชุด 2 เข้าไว้ด้วยกัน
ผมก็เลยเลือกซื้อแบบรวมชุดนี้มา เพื่อจะได้เป็นการประหยัดเงินด้วยครับ
(ต้นฉบับ ถูกกว่ากัน 15%
คือราคารวมค่าส่งแล้วประมาณสามพันบาท)
5.การนำมาประยุกต์ใช้นั้น
คุณอาจไม่ต้องเปลี่ยนแปลงตารางฝึกเดิมของคุณก็ได้
เพียงแค่เอาท่าที่เห็นในเทปม้วนนี้
ไปทำแทนท่าบริหารที่อยู่ในตารางฝึกเดิม
แต่ก็ต้องอธิบายให้เพื่อนที่อยู่ในโรงยิมเข้าใจด้วยนะครับว่า
ไอ้เจ้าท่าแปลกๆที่กำลังทำอยู่นี้ มาจากวีดีโอการสอนของวินซ์
ไม่ได้คิดขึ้นมาเองมั่วๆ เพราะถ้าไม่อธิบายให้เข้าใจอย่างนี้แล้ว
คุณอาจเจอครู "เจ้าถิ่น" เขม่นเอา
ที่มาแนะนำให้แก้ไขท่าที่บริหารแล้วคุณไม่ยอมทำตามเขาน่ะครับ
6.ถ้าใครอ่านมาถึงตรงนี้แล้วยังลังเลว่าตกลงวีดีโอม้วนนี้ดีหรือไม่
ผมบอกได้เลยว่า ม้วนนี้ดีมากๆครับ ตามปกติวินซ์จะไม่เปิดเผยท่าฝึกเลย
ใครอยากได้ความรู้นี้ต้องตามไปฝึกที่ยิมเขาเท่านั้น
นี่นับว่าเป็นครั้งแรกที่ผลการค้นคว้า 50
ปีของเขาได้ถูกเผยแพร่ออกมาสู่คนด้านนอกโรงยิมน่ะครับ
ที่สำคัญ ที่ทำให้ท่าฝึกของวินซ์น่าเชื่อถือก็เพราะว่า
ทุกวันนี้ ใครๆก็อยากได้ชื่อว่าเป็นปรมาจารย์
เพราะมีผลกับรายได้เข้ากระเป๋า แล้วเขาคนนั้นก็ไปเอาสเตอรอยด์มาฉีดตัวเองจนกล้ามใหญ่
แล้วก็สมมติหลักการนั้น หลักการนี้ขึ้นมา
แล้วเอาร่างกายตัวเองยืนยันว่า "ที่เขาใหญ่ได้ขนาดนี้
เพราะหลักการที่เขาค้นพบขึ้นใหม่" คนอย่างนี้มีเยอะครับ
แต่พวกนี้จะอยู่ไม่ได้นาน เพราะเมื่อมีคนไปปฏิบัติตามแล้วกล้ามไม่ขึ้น
หลักการฝึกนั้นก็จะค่อยๆหายไปในเวลาไม่ถึงปีครับ
ต่างจากวินซ์ ที่ พิสูจน์หลักการของเขามาได้ถึง
50 ปี ถ้ามันไม่ดีจริง หลักการของเขาก็จะต้องล้มหายตายจากไปนานแล้ว
คุณจะเห็นได้ว่าลูกศิษย์เขาแต่ละคนรูปร่างสวยมาก มีทรงกล้ามเนื้อ
,ความชัดของกล้ามเนื้อ ,เส้นเลือดที่ปูดโปนแบบกำลังดี
ซึ่งภาพโดยรวมแล้ว มันเป็นรูปร่างนักเพาะกาย ที่ "คลาสสิคมากๆ"
แม้ภาพจะดูเป็นขาวดำ แต่ลองนึกเปรียบเทียบกับตัวคุณว่า
ถ้าคุณได้หุ่นขนาดนี้ แล้วเดินในท้องถนนทุกวันนี้
มันช่างสุดยอดจริงๆครับ
|