|
เพาะกาย |
|
ครบรอบ"สิบปี" เวบเพาะกาย วันที่
1 มิถุนายน 2552 |
|
|
ระลึกถึงคุณของบิดามารดา - ของใช้อันไหนที่เราว่าดี ของกินไหนที่เราว่าอร่อย จัดหาให้พ่อแม่ของคุณบ้าง ถ้าอยู่ห่างไกลกัน ก็ส่งไปทางไปรษณีย์ก็ได้ ถึงงานรัดตัวแค่ไหน อย่างน้อย ที่ทำการไปรษณีย์ก็คงไม่ห่างจากที่ทำงานหรือที่บ้านเท่าไรหรอกครับ เบอร์รองเท้าของคุณพ่อ คุณแม่ ,ไซส์เสื้อของคุณพ่อ คุณแม่ คุณจำได้ไหม? ถ้าจำไม่ได้ ก็ยังไม่สายนะครับ รีบถามเอาไว้ จะได้เอาไว้ดูแลท่าน จงให้ความสำคัญกับท่าน เพราะ ลูกของคุณ กำลังบันทึกและจดจำว่า "เขาควรจะทำอย่างไรกับ พ่อแม่ของเขา ยามที่พ่อแม่ของเขาแก่ตัวลง" (เชื่อหรือไม่ว่า แม้แต่ "ระดับเสียง" ที่คุณใช้กับพ่อแม่ของคุณ ลูกคุณก็ยังจำเลย) จิตวิญญาณหรือนิสัยประจำตัวของ "นักเพาะกาย" ทุกคน จะมีเหมือนกันคือ เป็นคนไม่ประมาท และชอบที่จะวางแผนล่วงหน้าเสมอ จึงไม่แปลก หากแวบหนึ่งในสมองของคุณจะคิดได้ว่า นับตั้งแต่วันที่เกิดมา จนถึงวันนี้ คุณอายุเท่าไร 20 ปี 30 ปี แล้วเหรอเนี่ย? ไม่น่าเชื่อ ว่า เวลามันจะผ่านไปได้รวดเร็วขนาดนี้ เมื่อคิดได้ดังนี้แล้ว คุณจะรู้เลยว่า ไม่ช้า คุณก็จะไปยืนตรงจุดที่คุณพ่อ กับคุณแม่ของคุณกำลังยืนอยู่ตอนนี้เหมือนกัน มันมีหลายเหตุผลที่จะตอบตัวเองว่าทำไมคุณถึงไม่มีเวลาดูแลพ่อแม่ และเมื่อถึงเวลาที่คุณไปยืนตรงจุดที่พ่อแม่ของคุณยืนอยู่ตอนนี้ ลูกของคุณก็จะ สรรหาเหตุผลร้อยแปดได้เหมือนกับคุณตอนนี้แหละ เชื่อผมเถอะ ยังไม่สายครับ แก้ไขสิ่งที่เคยผิดพลาดมาแล้ว ทำตัวอย่างให้ลูกเห็น ต้องมองข้ามเหตุผลทุกอย่างไป ไม่ว่าจะเป็นความเคือง ,ความอาย ฯลฯ แล้วดูที่ผลสุดท้ายของมันเท่านั้น นั่นคือการเอาใจใส่บิดามารดา และลูกคุณจะจดจำสิ่งดีๆตรงนั้นไปตลอดชีวิต เริ่มตั้งแต่ตอนนี้เลยครับ ถ้าคุณทำตามที่ผมบอกในวันไหน วันนั้น คุณจะเล่นกล้ามได้สนุก เพราะจิตใจมันมีสมาธิเป็นพิเศษ เหมือนกับเด็กที่พึ่งทำการบ้านเสร็จ มันไม่มีอะไรค้างคาในใจเลย ทำบ่อยๆครับ ลองดู... ลองดู... พิเศษ - สำหรับคนที่อายุยังน้อย และยังไม่เข้าใจว่าผมพูดถึงอะไร ผมมีข้อเสนอพิเศษครับ คือว่าเวบผมมีคนเข้าดูวันละสองหมื่นคนเกือบทุกวัน เมลล์เข้ามาแต่ละวันมากมายมหาศาล บางคนห้าหกเดือนแล้วยังไม่ได้ตอบเลย แต่ถ้ามีทางใดทางหนึ่งที่คุณแสดงให้เห็นว่าคุณเป็นลูกกตัญญู ผมจะดูแลเรื่องการตอบเมลล์ให้เป็นพิเศษครับ ไปหาทางสื่อสารกับผมเอาเองครับ คิด... คิด... |
|
|
|
กรุณาเข้ามาอ่านบ่อยๆนะครับ เนื่องจากช่วงหลังนี้
บางส่วนผม Update
ทันนิตยสารเพาะกายต่างประเทศแบบเล่มต่อเล่ม |
|
|
ตอบคำถาม : เคยได้ยินมาว่าเลิกเล่นกล้ามแล้วจะอ้วน จริงหรือเปล่า (คลิ๊กอ่านที่นี่ครับ) |
|
|
ได้เนื้อเรื่องนี้มา น่าสนใจทีเดียวครับ เล่นกล้ามวันละ 15 นาที! คือเป็นสูตรสำหรับคนที่ไม่มีเวลาจริงๆ สูตรแบบนี้เห็นในอินเตอร์เนทหลายครั้ง แต่สำหรับสูตรนี้ ถูกตีพิมพ์ในนิตยสารเฟล็กซ์ และมัสเซิลแม็กส์ จึงเชื่อถือได้ครับ หลักการคือเล่นแค่ส่วนละ 15 นาที จะเล่นวันละส่วนก็ได้ เดี๋ยวรออ่านครับ กำลังนั่นเปิดดิคอยู่ ตอนนี้ยังไม่ได้ทำลิงค์ใส่เข้าไปให้ รอนิดนึงครับ ขอเวลาอีกสักวัน |
|
Update เรื่องการใช้ช้อนตวงตักอาหารเสริมครับ |
|
|
การทานอาหารเสริมในวันอื่นๆที่ไม่ใช่วันฝึก (คลิ๊กที่รูปได้เลยครับ) |
|
ถ้าเล่นกล้ามแล้วรีดความชัดไปด้วย กล้ามจะแฟบทันที |
|
ใครๆก็ต้องการมีกล้ามที่ใหญ่และชัดไปพร้อมๆกันทั้งนั้นแหละครับ แต่ความคิดที่ว่า เล่นกล้ามให้ใหญ่ด้วย แล้วก็รีดให้ชัดไปด้วยตั้งแต่ 1 - 2 ปีแรกของกล้ามเล่นกล้ามนั้น ก็เหมือนกับการลดความอ้วนด้วยการอดอาหารนั่นแหละครับ เหมือนกันตรงไหน? ก็เหมือนกันตรงที่มันเป็นความคิดที่ดิบๆ ,ผิดหลักวิทยาศาสตร์ และใช้ไม่ได้ผลในระยะยาวนั่นเองครับ และผมก็ทราบดีว่าในใจคุณคงเกิดคำถามเหล่านี้ใช่ไหมครับ ทำไม? ตอบ - ก็เพราะการเติบโตของกล้ามเนื้อ มันต้องพึ่งพาอาหารที่มีโปรตีนและคาร์โบไฮเดรต โดยคาร์โบไฮเดรต ต้องนำไปสร้างพลังงานเพื่อใช้ยกน้ำหนักให้หนักมากๆได้ และถ้ามองในแง่ของการยกน้ำหนักแล้ว การเพิ่มขนาดกล้ามเนื้อ จะต้องใช้จำนวนครั้งน้อยๆ แต่ใช้ปริมาณแผ่นน้ำหนักที่มาก ซึ่งที่ว่ามาทั้งหมดนี้ มันจะอยู่ตรงข้ามกับการรีดความชัดอย่างเต็มๆ เพราะการรีดความชัด จะต้องเพิ่มจำนวนครั้งให้มาก ใช้ปริมาณแผ่นน้ำหนักที่น้อยๆ และต้องพยายามตัดคาร์โบไฮเดรตลงด้วย ,อีกทั้งการจะรีดกล้ามให้ชัด ยังต้องพึ่งพาการทำ แอโรบิค (เช่นการวิ่ง,การเดินบนสายพาน ,การจ๊อกกิ้ง ,การปั่นจักรยานอยู่กับที่) ซึ่งการทำแอโรบิคนี้ อยู่คนละขั้วกับการเพาะกายเลย (การเพาะกายคือการออกกำลังแบบ "แอนาโรบิค") |
|
|
|
อีกทั้งคนเอเซียมีโครงสร้างที่เล็กอยู่แล้ว ยิ่งเล่นกล้ามไป รีดไปตั้งแต่ช่วง 1 - 2 ปีแรก มันก็จะทำให้กล้ามชัดจริง แต่โครงสร้างโดยรวมจะหุ่นเหมือนนักมวยในรูปข้างบนไป คือกล้ามจะแฟบแบน ,แกร็น ดูไม่สวยงาม แล้วที่ถูก จะต้องทำอย่างไร? ตอบ - ที่ถูกต้องนั้น ในช่วง 1 - 2 ปีแรกของการเล่นกล้าม เราควรทะนุบำรุงกล้ามเนื้อให้ใหญ่เพียงอย่างเดียวก่อน เหมือนการใส่ปุ๋ยรดน้ำ พรวนดินต้นไม้อย่างเต็มที่ และพอเริ่มมีลูกออกมาแล้ว (คือมองเห็นว่าเริ่มมีกล้ามแล้ว) ก็ควรปล่อยให้สุกงอมเสียก่อนจึงค่อยเด็ด (คือปล่อยให้ขนาดกล้ามเนื้อใหญ่ขึ้นไปเรื่อยๆจนแตกต่างจากชาวบ้านเอามากๆ แล้วจึงค่อยรีดความชัด) การชิงสุกก่อนห่าม ไม่ให้ผลดีแต่อย่างใด เพราะผลไม้ที่ได้ จะไม่มีรสชาติ เสียดายทั้งน้ำ ทั้งปุ๋ยที่อุตสาห์เลี้ยงต้นไม้ต้นนั้นขึ้นมา บางคนเคยเห็นภาพนักกล้ามตัวใหญ่ๆกล้ามชัดๆก็อยากได้แบบนั้นบ้าง แต่ความจริงแล้ว ที่เขาถ่ายภาพออกมาได้สวยแบบนั้น เพราะช่างภาพเขาไปถ่ายรูปช่วงก่อนนักเพาะกายนั้นเข้าประกวดต่างหาก ซึ่งเขาไม่ได้ประกวดกันทั้งปีหรอกครับ ปีนึงจะมีอยู่ช่วงเดียวเท่านั้น (ของฝรั่งนะ) แต่ก็เพราะภาพสวยๆเหล่านั้นนั่นแหละ ทำให้เพื่อนสมาชิกทำใจไม่ได้กับความใหญ่แต่ไม่ชัด แต่อยากจะให้ดูภาพข้างล่างนี้นิดนึงครับ |
|
|
|
ถ้าเล่นเพื่อความใหญ่ ไม่เน้นความชัดล่ะก็ |
|
ถ้าเราเล่นกล้ามให้ตัวใหญ่ไปเรื่อยๆ โดยยังไม่ไปตัดวงจรการเติบโตกล้ามเนื้อ (ด้วยการรีบเน้นความชัด) เราก็จะมีขนาดมัดกล้ามที่ใหญ่โตน่าเกรงขาม ดังจะเห็นได้จากรูปข้างบนว่า คนเอเซีย (ที่อยู่ทางซ้ายมือ) นั้น ทำให้ฝรั่งผิวดำ (ที่อยู่ทางด้านขวามือ) ดูจ๋อยไปถนัดตา นั่นก็เพราะขนาดกล้ามเนื้อของคนเอเซียคนนี้ ใหญ่โตจนบดบังรัศมีฝรั่งคนทางขวามือนั่นเองครับ แม้ว่าใน 1 ปีนักกล้ามเขาจะเน้นความชัดกันแค่ช่วงประกวดช่วงเดียว แต่ช่วงที่ไม่ได้เน้นความชัดนั้น ร่างกายเขาก็ใหญ่โตจนน่าเกรงขามอยู่ดีแหละครับ พูดง่ายๆว่า ทั้งปีทั้งชาติ นักเพาะกายก็จะไม่มีหุ่นแบบคนธรรมดาทั่วไปอยู่แล้ว ดังนั้น อย่าไปคิดมาก กลัวว่ากล้ามจะใหญ่แต่ไม่ชัดเลยครับ จงยอมรับรูปแบบของกีฬาเพาะกายแต่โดยดีเถอะครับ คือรูปแบบของกีฬาเพาะกายมันก็เป็นอย่างนี้จริงๆ นั่นคือ บริหารใหญ่แล้วรีดให้ชัดทีหลัง แล้วก็กลับไปบริหารให้ใหญ่อีก แล้วรีดให้ชัดอีก สลับกันไปอย่างนี้ครับ ไม่ใช่ เล่นไปรีดให้ชัดไป อย่างนั้น กล้ามไม่สวยครับ |
|
|
![]() |
การมีกล้ามคมชัดนั้น มันจะดูดีเมื่อคุณอยู่ในสถานที่บางที่เช่นสนามมวย ,สระว่ายน้ำ แต่ว่าในชีวิตประจำวันเราจำเป็นต้องใส่เสื้อ เพื่อจะใช้ชีวิตในสังคม ลองดูภาพข้างบน ทางซ้ายนั้น คือตอนถอดเสื้อ ผมไม่เถียงเลยว่าเขากล้ามคมชัด แต่เมื่อใส่เสื้อ (ตามภาพขวา) แล้ว แทบจะดูไม่ออกเลยว่าเขาออกกำลังอยู่หรือเปล่า เพราะขนาดไหล่ ,แขน ,ขา เท่าๆกับคนเอเซียทั่วไปเลย (ความชัดของกล้าม ถูกซ่อนอยู่ใต้เสื้อผ้า) |
![]() |
|
ถ้าตัดใจเรื่องความชัดเสียได้ แล้วมุ่งแต่ความใหญ่ คุณจะเป็นคนเอเชียที่มีรูปร่าง "ใหญ่ทะลุเสื้อผ้า"ออกมาเลย |
| ถ้าคุณเล่นกล้ามแบบเน้นความใหญ่ ถึงคุณไม่ถอดเสื้อ คนรอบข้างคุณก็ดูออกว่าคุณเป็นนักเพาะกาย เพราะบุคลิกคุณจะเด่นออกมาเลย (เห็นได้ชัดเจน แม้จะใส่เสื้อคลุมอยู่ แบบในภาพข้างบน) คนเอเซียนั้น โครงสร้างเล็กอยู่เป็นพื้นฐาน ถ้ามัวแต่รีดความชัด คุณก็จะได้เสียโอกาสที่จะได้ความใหญ่ไปอย่างน่าเสียดายครับ |
|
การตั้งเป้าหมาย |
|
|
ถ้าเราไม่มีประสบการณ์การยิงลูกธนูไปที่ภูเขามาก่อน แล้ววันหนึ่งสมมติว่าเราต้องการจะยิงลูกธนูไปที่ภูเขาสูงลูกหนึ่ง โดยมีความคิดว่า ต้องการให้ลูกธนูไปตกที่กลางเขา จากนั้น เราก็ระดับคันศรให้ตรงไปที่ระดับ "กลางเขา" แล้วค่อยปล่อยลูกธนูออกไป แต่แล้ว ด้วยแรงโน้มถ่วงของโลก มันก็ดึงให้ลูกธนูนั้นตกลงไปที่ "ตีนเขา" แทนที่จะไปยัง "กลางเขา" อย่างที่เราตั้งใจ สิ่งนี้ให้ความคิดอะไรแก่เราบ้าง นั่นคือ 1.การที่เราไม่มีประสบการณ์การยิงลูกธนูไปที่ภูเขามาก่อน ทำให้เราคิดเอาเองว่าเมื่อเล็งศรไปที่กลางเขา ลูกศรก็น่าจะตกไปที่กลางเขา แต่ความจริง มันกลับย้อยตกลงไปที่ตีนเขา ไม่ตรงอย่างที่เราตั้งใจไว้ ดังนั้น ถ้ามีคนที่มีประสบการณ์มาสอนเรา ตั้งแต่ก่อนยิงธนู เราก็คง ไม่เสียเวลา ต้องมายิงใหม่อีกครั้ง (คือมาสอนเราว่าให้เล็งให้สูงกว่านี้ เพื่อให้ลูกธนูตกลงมาที่กลางเขาพอดี) 2.เหตุใด ผมถึงเอาเรื่องภูเขามาพูด คำตอบก็คือ การที่เราจะเริ่มเล่นกล้าม ณ.วันนี้ คุณจะต้องมีเป้าหมายที่ชัดเจนเสียก่อน ว่าจะเล่นไปเพื่ออะไร เพราะการเล่นแบบไม่มีเป้าหมายมันเสียเหงื่อเปล่า ,ไม่สนุก ,ไม่มีอะไรต้องลุ้น โดยที่ผมขอสมมติว่าภูเขาลูกนี้ คือความสำเร็จในการเล่นกล้าม - โดยยอดเขานั้น คือเป้าหมายการเล่นกล้ามให้ได้อย่างสูงสุด เพื่อการขึ้นประกวด - โดยกลางเขานั้น คือเป้าหมายการเล่นกล้ามให้ได้แบบพอมีกล้ามบ้าง แต่ไม่ต้องถึงกับขึ้นประกวด - โดยตีนเขานั้น คือ การไม่ได้อะไรจากการเล่นกล้ามเลย ลูกศรไม่ได้แตะตัวภูเขาเลย 3.แรงดึงดูดที่ดึงให้ลูกศร ตกลงมาในระดับต่ำกว่าที่เราเล็งเป้าหมายไว้ตอนแรก เปรียบได้กับ ความคิดบางอย่างที่เกิดขึ้นในอนาคต อันได้แก่ ความเบื่อหน่าย ,ความคิดว่าเล่นกล้ามแล้วไม่ได้ผล ,การบั่นทอนจิตใจโดยคนรอบข้างที่ไม่อยากเห็นเรากล้ามใหญ่กว่า ฯลฯ สิ่งที่ผมกำลังจะบอกคุณเกี่ยวกับภาพแรก (ข้างบน) นั้นคือ อย่าเพียงตั้งเป้าหมายว่า ขอเล่นแค่พอมีกล้าม ,ขอเล่นแค่หุ่นนายแบบ ,ขอเล่นแค่เพียงลดความอ้วน (แม้ว่าจริงๆแล้วคุณก็ต้องการเพียงแค่นั้น) เพราะนั่นเปรียบเหมือนคุณเพียงแค่เล็งลูกศรไปที่กลางเขา เมื่อคุณปล่อยลูกศรออกไปแล้ว ลูกศรของคุณอาจต้องเจอแรงดึงดูด (อันได้แก่ความเบื่อหน่าย ,ความคิดว่าเล่นกล้ามแล้วไม่ได้ผล ,การบั่นทอนจิตใจโดยคนรอบข้าง) จนผลออกมาคือลูกศรไปตกที่ตีนเขา คือคุณไม่ได้มีกล้ามเนื้อใดๆขึ้นมาเลย เสียเหงื่อ เสียเวลาเปล่า |
|
|
|
ลองเปลี่ยนเป้าหมายใหม่ให้สูงขึ้นกว่าเดิม |
ถ้าในใจคุณบอกว่า คุณต้องการแบบ พอมีกล้ามบ้าง ,มีกล้ามแบบนายแบบ ,ต้องการลดขนาดหน้าท้องเท่านั้น ไม่ต้องการกล้ามใดๆเลย ก็ขอให้คุณเล่นเทคนิคกับจิตใจตัวเอง ด้วยการ (หลอก) ตัวเองว่าเป้าหมายอยู่สูงกว่าที่ต้องการจริงๆ ขั้นหนึ่งเสมอ เปรียบเสมือน เรารู้อยู่แล้วว่า เป้าหมายจริงๆคือการยิงลูกศรไปที่กลางเขาเท่านั้น แต่เราก็ตั้งคันศรให้ชี้ไปทางยอดเขาเสียเลย แล้วเมื่อเราปล่อยลูกศรออกไป จะดี ชั่ว อย่างไร มันก็จะมาตกที่กลางเขาเท่านั้น จะไม่มีทางตกไปที่ตีนเขาอย่างเด็ดขาด นั่นคือ ถ้ารู้อยู่ว่าจริงๆแล้วต้องการเล่นกล้ามเพื่อพอมีกล้ามบ้าง ก็ขอให้ตั้งเป้าสูงๆว่า จะเล่นกล้ามแบบต้องการเป็นนักกล้ามเลย แล้วปฏิบัติด้วยการเล่นกล้ามสูตรเดียวกับนักกล้าม ,และถ้ามีเป้าหมายว่าต้องการมีกล้ามแค่แบบนายแบบ ก็ให้ตั้งเป้าสูงๆไว้ว่าจะมีมัดกล้ามเนื้อขนาดใหญ่ๆทะลุเสื้อผ้าจนเตะตาคนอื่น แล้วปฏิบัติด้วยการเล่นกล้ามสูตรเดียวกับนักกล้ามตัวใหญ่ๆเลย ,และถ้าต้องการเพียงมีหน้าท้องแบนราบ ก็ต้องตั้งเป้าให้สูงไว้ว่าต้องการมีกล้ามเนื้อทั่วตัว แล้วปฏิบัติด้วยการเล่นกล้ามสูตรเดียวกับนักกล้ามเลย อย่าไปกลัวว่าจะได้เป้าหมายมากกว่าที่ตัวเองต้องการ (คืออย่าไปกลัวว่าจะได้กล้ามหนาเทอะทะเกินต้องการ) มันไม่ได้มาง่ายๆอย่างที่คิดหรอกครับ ไม่งั้น นักกล้ามคงเต็มบ้านเต็มเมืองแล้ว แต่ทุกวันนี้ในประเทศไทยนับหัวได้เลย เทคนิคที่ผมแนะนำนี้ จะทำให้คุณได้ในสิ่งที่คุณต้องการจริงๆต่างหาก เหตุที่เทคนิคนี้ได้ผล นั่นก็เพราะ คุณจะมีความตื่นตัว ,มีความกระหายในความสำเร็จอยู่ตลอดเวลา (เพราะความคิดที่ว่าตอนนี้ยังไม่ถึงเป้าหมายเลย) ,พลังสมาธิ ,พลังความตั้งใจ ,ความกระตือรือร้น ที่คุณ "พุ่ง" ไปสู่เป้าหมายของคุณนั้น จะสูงกว่าเพื่อนรอบๆข้างตัวคุณอย่างไม่ต้องสงสัย การเล็งธนูที่ผิดๆในตัวอย่างที่ผมยกมาข้างบน ถ้าจะแก้ตัว คุณก็เสียเวลาแปบเดียว แค่เอาธนูลูกใหม่มาใส่คันศร แล้วยิงออกไปใหม่ แต่! ในโลกของการเพาะกาย การจะแก้ตัวไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะคุณต้องเสียเวลาหลายปี เพื่อจะพิสูจน์ทฤษฏีใดทฤษฏีหนึ่ง (ทั้งๆที่มีคนพิสูจน์มาก่อนหน้านี้เป็นร้อยปีแล้ว คุณก็ไม่เชื่อ เพราะความดื้อของคุณ) ดังนั้น ถ้าคุณอยู่ในช่วงเริ่มต้นของการเริ่มเพาะกาย ก็ขอให้เชื่อฟังคนที่มีประสบการณ์ก่อนครับ จะได้ไม่เสียเวลา เพราะเวลาไม่อาจย้อนกลับไปได้ |
|
- - - - จงตั้งเป้าหมาย (และปฏิบัติตัวเพื่อไปสู่เป้าหมายนั้น) ให้สูงกว่าที่คุณต้องการจริงๆ "หนึ่งขั้น" เสมอ - - - - |
| ผม update ภาพอนาโตมี่ของกล้ามเนื้อ 3
ชิ้น ลองแวะเข้าไปดูนะครับ http://www.tuvayanon.net/6cbp.html http://www.tuvayanon.net/6cab.html http://www.tuvayanon.net/6ulg.html http://www.tuvayanon.net/6cbk.html ส่วนลิงค์เก่าๆก็ยังอยู่เหมือนเดิมที่ ดรรชนีการฝึกหน้า 2 (คลิ๊ก) |
|
การออกกำลังของไทเกอร์ วูดส์ (คลิ๊กที่รูปเลยครับ) |
|
(คลิ๊กที่รูป) ดูเทคนิคการเน้นกล้ามน่องส่วนโซลิอุสครับ |
|
(คลิ๊กที่รูป) ดูเทคนิคการเน้นกล้ามต้นขาด้านในครับ |
|
|
|
(จากหนังสือ FLEX ฉบับเดือนพฤศจิกายน 2552) |
พูดถึงเรื่องการเล่นกล้ามขา จะเล่นกล้ามขาให้ขึ้นดีนั้น ไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าคุณมีอุปกรณ์สำหรับเล่นกล้ามขามากชิ้นขนาดไหน เพราะยิ่งคุณมีอุปกรณ์น้อยชิ้น คุณก็จะรู้จักพลิกแพลงการฝึกให้หลากหลายรูปแบบมากขึ้น นั่นหมายถึงว่าคุณจะเล่นกล้ามขาได้ฉลาดยิ่งขึ้น เพียงใช้อุปกรณ์หลักๆอันได้แก่ อุปกรณ์ เลคเพรส ,แฮ็คสควอช ,เลคเอคเท็นชั่น คุณก็สามารถบริหารกล้ามขาได้มากมายหลายรูปแบบ ยกตัวอย่างเช่น บริหารด้วยต้นขาทีละข้าง สำหรับทั้ง 3 อปุกรณ์นั้น ,หรือสำหรับอุปกรณ์เลคเพรส และแฮ็คสควอช คุณก็เปลี่ยนตำแหน่งที่วางเท้าได้ (Webmaster - ไว้ด้านล่างของที่เหยียบ ,ตรงกลางของที่เหยียบ ,ด้านชนของที่เหยียบ ,เท้าห่างกันมาก ,เท้าห่างกันน้อย) หรือเปลี่ยนจุดชี้ของปลายเท้าได้ (Webmaster - เช่นเอาปลายเท้าทั้งสองข้างชี้เข้าหากัน ,เอาปลายเท้าชี้ออกจากกัน ,เอาปลายเท้าชี้ขนานกัน) โดยเซอร์เก ชีเลสตอฟ อันดับ 4 ในรายการ 2009 Europa Show of Champions (Webmaster - ลองแวะดูโรงยิมในอุดมคติของฝรั่งนะครับ ผมทำลิงค์ไว้ให้ดูเล่นๆที่หน้า http://www.tuvayanon.net/6equipindex3.html ) |
|
TUVA ตอบปัญหา |
|
ทิปจากแชมป์ |
เนื้อหาในส่วนนี้ ไม่เหมาะสำหรับนักเพาะกายที่ฝึกได้ไม่ถึง 2 ปี เนื่องจากต้องใช้ประสบการณ์ทางการบริหารพอสมควร เพื่อเป็นวิจารณญาณขณะทำการศึกษาบทความในส่วนนี้ เนื้อหาจะเกี่ยวกับเทคนิคพิเศษหรือทิปเล็กน้อยจากนักเพาะกายระดับซูเปอร์สตาร์ ,นักวิชาการชื่อดัง ในรูปแบบที่ผิดปกติจนผมไม่สามารถนำไปจัดเข้าหมวดหมู่อื่นในเวบนี้ได้ เพราะไม่สามารถรับรองว่าจะได้ผลกับทุกคน และไม่สามารถใช้อ้างอิงทางวิชาการได้ แต่มีประโยชน์ในแง่ของการเปิดหูเปิดตาเพื่อนสมาชิกให้กว้างไกลออกไป ควรใช้วิจารณญาณขณะศึกษาก็แล้วกันนะครับ - Webmaster)
|
|
|
โดยเหตุที่บทความข้างบน (ทิปจากแชมป์) มาจากการคิดเทคนิคเฉพาะตัว บ้างก็ผิดหลักวิทยาศาสตร์ เช่นรอนนี่เล่นกล้ามไบเซบทุกวันตลอดเวลาตอนสมัยวัยรุ่น แต่ก็น่าแปลกที่มันก็ได้ผลดีหน้าตาเฉย ทั้งๆที่ผิดหลักการโดยสิ้นเชิง ดังนั้น จึงเกิดหมวดของเทคนิคที่ได้จากงานวิจัยนี้ขึ้นมา เพื่อให้เห็นว่าเทคนิคที่ได้จากงานวิจัยจะแตกต่างออกไป เพราะเต็มไปด้วยการทดลองและหลักฐานอ้างอิง ไม่ใช่คิดเอาเองแบบบทความข้างบน (ทิปจากแชมป์) ในบทความนี้ คุณจะได้พบกับความหลากหลายของงานวิจัย ขอให้เปิดใจกว้าง และรับฟังงานวิจัยทุกๆอันที่ผมแปลมาให้อ่าน ที่ต้องเปิดใจกว้าง ก็เพราะในเรื่องเดียวกัน งานวิจัยอันหนึ่งก็อาจขัดกับอันหนึ่ง แต่ว่าแต่ละงานวิจัย ก็ล้วนมีสถาบันที่มีชื่อเสียงระดับโลกรับรอง และมีคนที่มีความความชำนาญในวิชาชีพอย่างแท้จริงมาให้ข้อมูล (หมายถึงว่านักเพาะกายระดับแชมป์โลก ไม่ใช่แชมป์ท้องถิ่นธรรมดาๆ)
|
|
การเล่นกล้ามของดารานักแสดง |
ผมแยกหัวข้อนี้ออกมา ก็เพื่อให้ดูการฝึกของพวกดารานักแสดงดังๆน่ะครับ หลักการโดยทั่วไปก็คือ พวกนักแสดงเขาจะไม่ได้คิดค้นท่าฝึก หรือการบริหารขึ้นเอง เหมือนพวกซูเปอร์สตาร์ของการเพาะกาย ต้องเอาเวลาไปใช้ในการเดินทางไปถ่ายหนังตามที่ต่างๆ ดังนั้นวิธีฝึก ก็จะมีครูฝึกดังๆที่จ้างมา ความหลากหลายของการฝึกจึงมีไม่มาก เพราะครูฝึกที่ดังๆในวงการจะมีไม่กี่คนเท่านั้น เขาใช้คำว่า Natural Bodybuilding คือการเพาะกายแบบธรรมชาติ (ยังดีที่ไม่ใช้คำว่า Fitness) รูปแบบการออกกำลังเท่าที่เห็นคือ เขาจะใช้น้ำหนักเบาๆ และมีการเคลื่อนที่ในขณะออกกำลังโดยตลอด ทั้งนี้ก็เพื่อความปราดเปรียว เนื่องงจากดารานักบู้ จะต้องมีการต่อสู้ในจอหนังด้วย พูดเปรียบเทียบก็คือ การเล่นกล้ามสไตล์ดารา ก็เพื่อ "ความปราดเปรียวดุจสายลม" ในขณะที่เป้าหมายการเพาะกายในแนวที่ผมแนะนำคือ "ความมั่นคงดุจขุนเขา" อย่างไรก็ตาม ในบทความนี้ ผมคงไม่เจาะลึกให้ เพราะการทำงานทางวิชาการแนวของผมคือ "ถ้าไม่รู้จริง หรือไม่มีการทดลองทางวิทยาศาสตร์ยืนยัน หรือคำนวณเป็นตัวเลขไม่ได้ ก็จะไม่กล้าแนะนำ" ผมก็จะแปลไปตามข้อมูลที่ได้มาแล้วกันครับ ดังนั้น เพื่อนสมาชิกก็ดูเพื่อเปิดโลกทัศน์แล้วกัน แต่ถ้าจะถามว่าทำไมดาราถึงต้องฝึกแบบนั้น ผมตอบไม่ได้จริงๆ
|
|
การรีดกล้ามให้ชัด |
การรีดกล้ามให้ชัดในสไตล์นักเพาะกายนั้น จะมีความแตกต่างจากกีฬาฟิตเนสอย่างชัดเจน กีฬาฟิตเนสจะมุ่งตรงไปที่การรีดไขมัน ในทุกครั้งที่บริหาร ในขณะที่การเพาะกายต้องเพิ่มปริมาณกล้ามเนื้อให้เพียงพอเสียก่อน (เพื่อช่วยในการละลายไขมันได้ตลอด 24 ชม.โดยกล้ามเนื้อเหล่านั้น) แล้วจึงค่อยรีดให้ชัด อย่างนี้ถือว่าไม่มีใครผิดใครถูก ต่างคนต่างก็มีหลักการของตนเอง สำหรับในบทความข้างล่างนี้ ผมได้พยายามรวบรวมเอาหลักการรีดกล้าม "เฉพาะที่นักเพาะกายใช้" มานำเสนอครับ
|
| เวบอื่นที่ผมชอบไปเยี่ยมเยียน |
(หมายเหตุ - เคยเข้าไปดูที่ http://www.bodybuilding.com/store/index.html และสั่งซื้อของ ปรากฏว่าโดนกินไป 3,100 บาท สนใจอยากอ่านรายละเอียดว่าเขาอมเงินเราอย่างไร คลิ๊กที่นี่ครับ |
|
การติดต่อ |
|
|
|
ผู้มีพระคุณต่อเวบไซท์นี้ |
|
คุณพ่อ วิทูร และคุณแม่ ถิรนาถ ตุวยานนท์
- ให้กำเนิด webmaster พ.ต.ต.วิศว ตุวยานนท์ - น้องชายที่แสนดี คุณวิชุดา ตุวยานนท์ - ภรรยาคู่ชีวิต คุณวัลลภ วีระเดช (หนุ่ย) wanlop79@yahoo.com - เวบนี้เกิดไม่ได้ ถ้าไม่มีคุณหนุ่ยครับ คุณประธาน คงแนวดี (ตู้ ปณ.9 ไปรษณีย์บางแสน อ.เมือง จว.ชลบุรี 20130) - ให้การสนับสนุนเรื่องต้นฉบับวีดีโอ นอกจากนี้ก็ยังมีอีกหลายท่านนะครับ เช่นเพื่อนสมาชิกที่อุตส่าห์ไปหาข้อมูลโรงยิม ถ่ายรูปและข้อมูลส่งมาให้กับทางเวบ และเพื่อนสมาชิกท่านอื่นๆที่ทำประโยชน์ในด้านต่างๆให้กับทางเวบอีกมาก ที่ยังมิได้กล่าวชื่อถึงอีกหลายคน ต้องขอขอบคุณมา ณ ที่นี้ด้วยนะครับ |